Growth Together : อาคารและต้นไม้ที่เติบโตไปด้วยกัน

24 Nov 2020


บ่อยครั้งที่สิ่งปลูกสร้างมักถูกคาดคะเนในเชิงเทคนิคและโครงสร้างอย่างชัดเจน แต่ต้นไม้กลับไม่ได้ถูกวางในลักษณะดังกล่าวตั้งแต่ต้นด้วยเหตุผลของรูปทรงและเงื่อนไขการเติบโตทางธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง หลายกรณีที่เมื่อโครงการแล้วเสร็จจึงพบว่าต้นไม้ตายและเหลือรอดเพียงไม่กี่ต้น หรือเติบโตจนเกินขอบเขตอย่างโครงการสวนป่าในเมืองฉียี่ (Qiyi City Forest Garden) ในจีนที่ปรากฏตามหน้าข่าว

   

 


นักออกแบบยุคใหม่จึงพยายามหาแนวทางที่ผสมผสานทั้ง 2 ส่วนไว้ด้วยกัน โปรเจกต์แรกๆ ที่น่าสนใจคือการนำนวัตกรรมโครงสร้างคอมโพสิตตามกระบวนการของพืชที่มีส่วนช่วยให้งานสถาปัตยกรรมสามารถหายใจได้มากขึ้น เช่น งานต้นแบบเชิงสถาปัตยกรรมในชื่อ Urban Micro Climate Canopy (UMCC) หรือโครงการอย่าง Living-Plant Construction Tower ที่นำต้นอ่อนของต้นไม้กว่าร้อยต้นรวมไว้ด้วยกันเพื่อให้แต่ละต้นเติบโตเป็นหน่วยเดียวกัน มีเพียงต้นไม้ที่อยู่บริเวณชั้นล่างเท่านั้นที่จะปลูกลงดิน  ส่วนต้นที่เหลือจะปลูกในภาชนะพิเศษที่มีระดับลดหลั่นกันรองรับด้วยโครงเหล็กแบบชั่วคราว บริเวณลำต้นของต้นไม้จะถูกเจาะส่วนบนและเมื่อเวลาผ่านไปส่วนเปลือกไม้และเนื้อเยื่อจะเติบโตขึ้นพร้อมกัน ซึ่งลำต้นส่วนล่างจะเป็นแหล่งอาหารที่มาจากส่วนรากอย่างสมบูรณ์และมั่นคงพอที่จะรับน้ำหนักและนำนั่งร้านออกได้

   

จะสังเกตได้ว่าแต่ละโปรเจ็กต์นอกจากจะเป็นการผสมผสานและแก้โจทย์ระหว่างงานออกแบบและระบบธรรมชาติแล้ว ยังเป็นการผนวกศาสตร์ด้านต่างๆ ทั้งพันธุศาสตร์ วิทยาศาสตร์ชีวภาพ วิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ วิศวกรรม และสถาปัตยกรรมเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งถือเป็นการใช้ความร่วมมือข้ามทักษะเพื่อหาความเป็นไปได้ใหม่ๆ อีกหนึ่งโปรเจ็กต์ที่น่าสนใจคือ Flora Robotica ที่ใช้ระยะเวลา 4 ปีจากโปรแกรมวิจัยและพัฒนานวัตกรรมริเริ่มมาตั้งแต่ปี 2014 โดยได้รับการสนับสนุนจากทีม Horizon 2020 เพื่อสร้างระบบนิเวศใหม่จากการผสานพันธุกรรมของธรรมชาติเข้ากับเทคโนโลยี เรียกว่า “การวิวัฒน์ชีวภาพ” โดยแตกต่างจากพืชพันธุ์จีเอ็มโอทั่วไป คือการสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ทรัพยากรโดยมุ่งเน้นไปในเชิงฟื้นฟูและสร้างสิ่งแวดล้อมที่เสื่อมโทรมให้ดีขึ้นในระยะยาว การวิวัฒน์ชีวภาพจะเปลี่ยนสวนแนวตั้งหรือ Green Wall ให้สามารถปรับตัวให้แข็งแรงเพื่อรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงได้ จนถึงลดคาร์บอนฟุตปรินต์จากตัวตึก

  
 

สำหรับอาคารสูง M6B2 Tower อพาร์ตเมนต์สีเขียวสูง 16 ชั้นในกรุงปารีสริมแม่น้ำแซน ออกแบบโดยเอดูอาร์ด ฟร็องซัวส์ (Edouard Francois) ถือเป็นงานสถาปัตยกรรมสำหรับเมืองยุคใหม่ที่นำผู้คน เทคโนโลยี และธรรมชาติรวมไว้เป็นหนึ่งเดียว ตึกสูงซึ่งทำหน้าที่เป็นเมืองหลวงแห่งแหล่งเพาะพันธุ์พืชกลางกรุงปารีส โดยบริเวณองค์ประกอบหน้าอาคาร (Façade) ของตึกจะมีโครงสร้างเป็นตาข่ายสแตนเลสที่ขยายไปจนถึงหลังคาและสวนบนชั้นดาดฟ้า ซึ่งทำหน้าที่ให้พืชพันธุ์ไม้เลื้อยสามารถเติบโตได้ดีที่สุดและช่วยให้เมล็ดพันธุ์กระจายไปตามแรงลมได้ไกลที่สุด ส่วนบริเวณชั้นในถัดมาจะประกอบด้วยแผงไทเทเนียมรีไซเคิลสีเขียว ที่จะช่วยสะท้อนแสงให้ตัวอาคารมีความงามรื่นรมย์คล้ายผนังมอสในผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ ซึ่งต่อจากนี้ไปอีก 20 ปี อาคารแห่งนี้จะไม่เพียงเป็นที่อยู่ของไม้เลื้อยพันธุ์ต่างๆ เท่านั้น แต่ยังหมายถึงเป็นป่าย่อมๆ ของต้นไม้ขนาดใหญ่อย่างต้นสนและต้นโอ๊กที่จะเป็นทั้งปอดและที่พักพิงของสรรพสิ่งในเมืองใหญ่แห่งนี้